แนวทางการดูแลเด็กในการใช้ อินเตอร์เน็ต เพื่อป้องกันภัยที่จะตามมาภายหลัง

เพราะทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายๆบ้านคงมี ipad, smart phone ที่เด็กเข้าถึงได้ง่าย จึงควรรู้จักวิธีดูแลค่ะ คำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองเกี่ยวกับการใช้อินเตอร์เน็ตของเด็กและวัยรุ่น โดยอาศัยข้อมูลจากการศึกษาวิจัยทั้งในและต่างประเทศเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้การใช้อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของเด็กและวัยรุ่นเป็นไปเพื่อประโยชน์อย่างแท้จริง และหลีกเลี่ยงปัญหาจากการใช้เทคโนโลยีที่กำลังมีปัญหามากขึ้นในปัจจุบัน

1 พ่อแม่ผู้ปกครองต้องรู้จักการใช้อินเทอร์เน็ต ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต และผลกระทบด้านลบของอินเทอร์เน็ตต่อเด็กและวัยรุ่น
2 พ่อแม่ผู้ปกครองต้องสามารถติดตามและควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็กและวัยรุ่นให้เป็นไปตามข้อตกลงได้อย่างเหมาะสม
3 หลีกเลี่ยงการอนุญาตให้เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทุกชนิด
4 พ่อแม่ควรอนุญาตให้ลูกใช้อินเทอร์เน็ตได้เมื่ออายุมากกว่า 6 ปี
5 พ่อแม่ควรอนุญาตให้ลูกใช้เครือข่ายสังคมได้เมื่ออายุมากกว่า 13 ปี
6 พ่อแม่ควรอนุญาตให้ลูกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสื่อทุกชนิดได้ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน
7 พ่อแม่ควรอนุญาตให้ลูกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ไม่เกินเวลา 21.00 น.
8 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของเด็กและวัยรุ่นต้องได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ก่อนทุกครั้ง
9 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทุกชนิดต้องอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางของบ้าน ไม่ติดตั้งไว้ในห้องนอนหรือห้องส่วนตัว
10 พ่อแม่ต้องรู้จักการใช้โปรแกรมติดตามการใช้อินเทอร์เน็ตของลูกและขัดขวางการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม
11 พ่อแม่ต้องไม่อนุญาตให้ลูกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมากกว่า 1 อย่างในเวลาเดียวกัน หรือระหว่างการทำกิจกรรมอย่างอื่น โดยเฉพาะระหว่างการเดินทางบนทางสาธารณะ
12 พ่อแม่ต้องแนะนำแนวทางการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย ได้แก่ ห้ามให้ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ แก่คนที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต ไม่นัดพบกับคนที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพที่แสดงตัวตนของตนเอง ต้องได้รับอนุญาตจากพ่อแม่เมื่อจะซื้อขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต และลูกต้องแจ้งให้พ่อแม่ทราบเมื่อพบเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือถูกข่มขู่คุกคาม
13 พ่อแม่ควรสนับสนุนให้ลูกทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย กิจกรรมอดิเรก หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ มากกว่าการใช้อินเทอร์เน็ต
14 พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

การดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวให้มีพฤติกรรมที่ดีต่อไป

วัยเด็กเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ เด็กๆ จะเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวก่อน โดยเฉพาะครอบครัวซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแวดล้อมแรกของชีวิต เป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมทุกพฤติกรรมตั้งแต่ความนุ่มนวลอ่อนโยนจนถึงความก้าวร้าว ในปัจจุบันนี้มีเด็กๆ เป็นจำนวนมากที่หลายคนมองว่าเขาเป็นเด็กก้าวร้าว เพราะเห็นภาพเด็กแสดงความรู้สึกที่รุนแรงเมื่อไม่ได้ดังใจ เด็กที่ควบคุมตัวเองไม่ได้จะแสดงพฤติกรรมที่ขาดการยับยั้ง ไม่รู้ถึงผลที่ตามมา ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุเช่น ขาดแบบอย่างที่ดีให้ทำตาม ไม่ได้รับการช่วยเหลือชี้แนะแนวทางการแสดงออกที่เหมาะสม มีความเจ็บป่วยทางร่างกายหรือสมอง ซึ่งการดูแลช่วยเหลือเด็กก้าวร้าวนั้นสามารถทำได้ดังนี้

วางแผนการช่วยเหลือเด็กแต่ละคนให้เหมาะสมกับวัยของเด็กตรวจสอบดูว่าเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวจริงหรือไม่ เด็กบางคนที่บ้านของเด็กหยาบคาย ก้าวร้าวเป็นกิจวัตร ภาพปกติของเด็กคนนั้นจึงหยาบคายก้าวร้าวผู้ดูแลพูดบอก สอนให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม เสนอทางเลือกให้เด็ก เช่น “หนูต้องขอก่อนแล้วรออีกหน่อยนะ” “ตีไม่ได้ ยืนนิ่งๆก่อน” “ของนี้มีไว้เล่นแบบนี้ ขว้างไม่ได้” “ถ้าหนูเล่นโดยไม่ตีเพื่อน เพื่อนจะเล่นกับหนู แล้วจะสนุกมากด้วย” ใช้เครื่องตั้งเวลาในการกำหนดเวลาเล่นของเล่นซึ่งเป็นเวลาที่ได้ตกลงกันตั้งแต่ก่อนเล่นของเล่นเสียเครื่องตั้งเวลาจะเป็นสัญญาณการยุติการเล่นให้เด็กได้มีโอกาสเลือกของเล่นด้วยตนเองก่อนที่ผู้ดูแลจะเสนอของเล่นแก่เด็กหากเด็กยังแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างต่อเนื่อง ให้ใช้เทคนิคการใช้เวลานอก เช่น เก็บของเล่นที่เด็กกำลังเล่นชั่วคราว ให้เด็กออกจากการเล่นชั่วระยะเวลาหนึ่งเมื่อสงบแล้วกลับมาเล่นต่อได้

ในการดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวนั้นจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องหาสาเหตุของความก้าวร้าวให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้การดูแลครอบคลุมมากขึ้น ผู้ดูแลสื่อสารกับเด็กอย่างชัดเจนให้เข้าใจตรงกันว่าทำร้ายผู้อื่นไม่ได้ เด็กจะต้องทำอย่างเมื่อโกรธ ผู้ดูแลจะช่วยเหลือเด็กอย่างไรบ้าง ซึ่งจะช่วยให้เด็กรับรู้ว่ากำลังได้รับการช่วยเหลือให้ผ่านพ้นภาวะที่กดดัน นี้ไปอย่างไม่โดดเดี่ยว รวมทั้งยังได้รับบทเรียนที่มีประโยชน์ มีประสบการณ์ชีวิตในการควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตนเองเมื่อเติบโตเป็น ผู้ใหญ่

บทบาทหน้าที่ของการอบรมเลี้ยงดูเด็กและกฎหมายสิทธิเด็กที่ควรทราบ


เด็กเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งของชาติ การพัฒนาเด็กคือ การพัฒนาชาติ จะเห็นว่าเด็กเป็นความหวังของครอบครัว สังคม เป็นผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและความเป็นมนุษยชาติ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ  เด็กที่มีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ มีพัฒนาการทุกๆ ด้านที่เหมาะสมกับวัย ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตลอดจนจริยธรรม จะเป็นผู้ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

เด็กทุกคนจึงสมควรและจำเป็นต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างถูกต้องและเหมาะสมให้มีความสามารถสร้างสรรค์ประโยชน์ต่างๆ พร้อมทั้งการฝึกหัด ขัดเกลาความคิด จิตใจ ให้ประณีต ให้มีศรัทธามั่นคงในคุณความดี มีความประพฤติเรียบร้อย (จิตและปัญญา) ฉลาด แจ่มใส มีเหตุผล หน้าที่นี้เป็นของทุกคนที่ต้องร่วมมือกันกระทำ โดยพร้อมเพรียงสม่ำเสมอ คือผู้ที่เกิดก่อนผ่านชีวิตมาก่อนจะต้องสงเคราะห์ อนุเคราะห์ผู้ที่เกิดตามมาภายหลัง ด้วยการถ่ายทอดความรู้ ความดีและประสบการณ์อันมีค่าทั้งปวงให้ด้วยความเมตตาเอ็นดู และด้วยความบริสุทธิ์ใจ ให้เขาได้ทราบให้เขาได้เข้าใจ และที่สำคัญที่สุดให้เขาได้รู้จักคิดด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง จนสามารถเห็นจริงด้วยตนเองได้ ในความเจริญและความเสื่อมทั้งปวงโดยนัยนี้บิดามารดา จึงต้องสอนบุตรธิดาที่จะต้องสอนน้อง คนรุ่นใหม่จะต้องสอนคนรุ่นเล็ก และคนรุ่นเล็กเมื่อเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจึงต้องสอนคนรุ่นหลังต่อๆ ไปไม่ให้ขาดสายความรู้ ความถี่ ความเจริญงอกงามทั้งมวลจึงจะแผ่ไพศาลไปไม่มีประมาณเป็นพื้นฐานของความวัฒนาผาสุกอันยั่งยืนในโลกสืบไป

บทบาทหน้าที่ผู้ดูแลเด็กกับกฎหมายสิทธิเด็กที่ควรทราบ
จากสถานการณ์การละเมิดสิทธิเด็กในสังคมไทยซึ่งมีปรากฏการณ์ในหลายรูปแบบ และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคมไทย และมีแนวโน้มขยายความรุนแรงกว้างขวางขึ้นกับกลุ่มเด็กและเยาวชนต่างๆ  ปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากบุคคลในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และบุคคลอื่นในครอบครัว นอกจากนี้ก็เกิดจากบุคคลที่ใกล้ชิดหรือเกี่ยวข้องกับเด็ก เช่น ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กต่างๆ ครูหรือผู้ดุแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นต้น

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนต้องตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กทุกฝ่ายมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งครู หรือผู้ดูแลเด็ก ซึ่งจำเป็นต้องศึกษา หรือรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก ทั้งนี้เพราะครู หรือผู้ดูแลเด็ก เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับเด็กมากรองลงมาจากพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ครูหรือผู้ดูแลเด็กมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิเด็กและกระทำกับเด็กโดยมีมนุษยธรรม ไม่ละเมิดสิทธิเด็ก อีกทั้งยังสามารถป้องปกสิทธิเด็ก บทบาทหน้าที่ดังกล่าวนี้นอกจากจะต้องปฏิบัติในฐานะที่เป็นครูผู้ดูแลเด็ก หรือเป็นผู้ที่ต้องเกี่ยวข้องกับเด็กแล้ว ยังเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทย พุทธศักราช 2550  หมวด 4 ว่าด้วยหน้าที่ของชนชาวไทย  มาตรา 71 ความว่าบุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย

คำแนะนำในการเลี้ยงดูเด็กสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่

การกินและนอนเป็นสองสิ่งที่สำคัญต่อลูกน้อยทารก คุณแม่มือใหม่ที่พึ่งมีลูกคนแรกคงต้องศึกษาวิธีเลี้ยงเด็กแรกเกิดกันไว้ล่วงหน้ากันเลยทีเดียว ถึงแม้การเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่ายแต่รับรองว่าคุณต้องมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดลูกของคุณแน่นอน โดยหลักสำคัญสำหรับวิธีเลี้ยงเด็กแรกเกิดคือ ความอบอุ่นและความรัก ดังนั้นผู้ที่ดูแลทารกได้ดีที่สุดจึงเป็นคุณพ่อและคุณแม่ จะเห็นได้ว่าทารกที่เจริญเติบโตแข็งแรงและมีจิตใจปกติ มักเป็นเด็กที่คุณพ่อและคุณแม่เลี้ยงดูด้วยตนเองทั้งสิ้น ถ้าได้รับน้ำนมคุณแม่ด้วย ก็จะยิ่งทำให้ทารกมีพลานามัยสมบูรณ์สูงสุด

การกระตุ้นอย่างเหมาะสม คือการกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมนั้นขึ้นกับวัยของเด็ก เช่น วัยทารกแรกเกิดก็ต้องการ การอุ้ม การสัมผัส การยิ้ม การพูดคุยด้วยเพื่อให้ได้ยินเสียง พอโตขึ้นก็ต้องการเพิ่มขึ้น เช่น การเล่น การพูดคุย ของเล่นที่เหมาะสมกับวัยก็จะช่วยกระตุ้นได้ดี สำหรับเด็กในขวบปีแรก เพื่อกระตุ้นการได้ยิน การใช้สายตา ควรใช้ของเล่นที่เคลื่อนไหวที่มีสีสด และมีเสียงพอโต ขึ้นอีกเด็กจะต้องการการกระตุ้นเพื่อลดการเคลื่อนไหว ควรใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เช่น การใช้นิ้วมือการใช้มือเท้า และอื่นๆ การกระตุ้นต่างๆนี้ผลทางจิตใจที่ได้คือเด็กรู้สึกได้รับความรัก ความสนใจ และที่สำคัญคือได้กระตุ้นความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น ความสนใจต่อสิ่งแวดล้อม ความรู้สึกสนุก อยากทดลอง อยากลองทำ ทำให้รู้สึกมีความมั่นใจ กล้าแสดงออกตามไปด้วย

แม้ในช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่จะต้องเริ่มปรับตัว ทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมในการทุ่มเทดูแลลูกน้อยมากเป็นพิเศษ จนทำให้เหนื่อย เครียดและไม่มีเวลาพักผ่อนมากนัก แต่ความเปลี่ยนแปลงของลูกที่ค่อยๆเติบโตในทุกๆวัน รวมถึงรอยยิ้มเล็กๆที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า เชื่อได้เลยว่าช่วยคลายความเหนื่อยล้าและเพิ่มความสุขให้กับครอบครัวของคุณได้แน่นอน

วิธีการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

1.อาบน้ำเด็กทารกด้วยน้ำอุ่น ควรอาบเสร็จภายใน 5-7นาที ในที่ลมไม่โกรก อาบวันละ 2 ครั้ง และสระผมวันละครั้ง ไม่ควรอาบน้ำทันทีหลังให้นม
2.เมื่อทารกถ่ายอุจาจาระหรือปัสสาวะควรเปลี่ยนผ้าอ้อมทุกครั้ง ถ้าปล่อยไว้นานทารกจะตัวเย็น
3.การถ่ายอุจจาระ ทารกที่กินนมแม่จะถ่ายบ่อย มีสีเหลือง จะมีเม็ดเล็กๆคล้ายเม็ดมะเขือ เพราะนมแม่ย่อยง่าย ช่วยระบายท้อง การทำความสะอาดก้น เช็ดด้วยสำลีชุบน้ำสะอาด เช็ดจากบนลงล่าง ห้ามเช็ดกลับไปกลับมา
4.สะดือเด็กทารกจะหลุดภายใน 7 – 14 วัน ดูแลให้โคนสะดือ และสะดือ แห้ง เสมอ เช็ดด้วยไม้พันสำลีชุบแอลกอฮอล์ วันละ 3 ครั้ง เมื่อสะดือใกล้จะหลุดจะมีเลือดออก ห้ามใช้แป้งและยาโรยสะดือ
5.ให้ลูกดูดนมแม่ทุก 2 ชั่วโมง ไม่ต้องให้น้ำตาม เพราะนมแม่มีน้ำเพียงพอ
6.การทำความสะอาดเสื้อ ผ้าอ้อม ซักด้วยสบู่เด็ก หรือน้ำยาซักผ้าเด็ก ควรแยกซักจากของผู้ใหญ่
7.เมื่ออาบน้ำให้เด็กทารกเสร็จแล้ว รีบซับน้ำให้แห้งทันทีแล้วให้ความอบอุ่นโดยใส่เสื้อผ้า การแต่งตัวควรให้หลวมพอที่ทารกจะเคลื่อนไหวได้สะดวก
8.ควรให้ทารกได้รับอากาศบริสุทธิ์ โดยเปิดหน้าต่างให้อากาศเข้าสะดวก นำออกมานอกห้องหรือบริเวณสนามถ้าอากาศไม่ร้อนจัด อย่าให้แสงแดดส่องเข้าตาทารกโดยตรง
9.อย่ารบกวนทารกโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะเวลานอนหลับ อย่าให้คนอื่นหรือผู้เยี่ยมเยียนใกล้ชิดกับเด็ก จะทำให้ติดโรคง่าย อย่าจูบเด็กถ้าเด็กเป็นหวัดหรือไม่สบาย

การเลี้ยงดูและการอบรมเด็กจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการจะทำให้เด็กมีสุขภาพกายและใจ ดีเต็มที่ตามศักยภาพสูงสุด